แต่งงานมา 10 ปี 'สามีหลงเหมือนวันแรก' นี่คือสูตร.. | KruWoody In this Thai‑language coaching video, Wuttimet Thampattanaruj addresses wives who feel their long‑term marriage has lost its spark. He outlines three practical principles that, if applied, can keep a husband feeling as enamored as on day one, even after ten years together. First, he advises women to become a "wind beneath his wings" – a safe, supportive space that boosts the husband’s confidence in his work or projects. Second, he stresses the importance of team‑oriented communication, replacing blame‑filled language with collaborative phrasing that reinforces a sense of partnership. Third, he urges wives to cultivate independent happiness, personal identity, and a social life outside the marriage, so they are not perceived as a burden. Throughout, he frames these steps as self‑development and a shift in personal "vibration," suggesting that raising one’s energy attracts better relational outcomes. The video concludes with a promotion for a paid course, “คอร์สสั่งจิตคู่ชีวิต,” offering deeper techniques for restoring a husband’s affection, with a Line contact for interested viewers.
Chapters 0:00 เคล็ดลับรักษาความรัก 10 ปี 6:21 Transcript Auto-generated · 6 min 0:00 สำหรับผู้รักกับหลายคู่ที่แต่งงานกันมานานแล้วความรักจืดจางหรือว่าทะเลาะกันเริ่มมีปัญหาหลายคนก็สงสัยว่าไม่รู้จะทำยังไงดีตอนนี้มันหาทางออกไม่ได้จะเลิกจะหยามมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายไปปรึกษาเพื่อนปรึกสาคนรอบข้างก็มีแต่คนบอกว่าแกทนไม่ได้ก็เลิกไปเถอะที่จริงแล้วมันมีปัจจัยหรือข้อปุกพัวันนี้ครับผมจะมาเผยสูตรคนที่แต่งงานมา 10 ปีแล้วสามียังหลงเหมือนวันแรกเนี่ยเขาทำยังไงเรื่องพวกนี้มันไม่ใช่เรื่องยากนะครับต้องบอกก่อนมันสามารถทำได้และคุณเองก็ทำได้ถ้ามีคนทำได้เป็นตัวอย่างแล้วมันแปลว่าคุณทำได้มันแค่จิตวิทยาและมันคือ Being ครับการเป็นของคุณเริ่มที่ข้อแรกครับภรรยาที่ทำให้สามียังหลงอยู่ได้ตลอดนะข้อแรกนี่คือภรรยาที่เป็นลมใต้ปีกให้กับสามีครับเวลาที่สามีเป็นนักธุรกิจหรือทำงานหรือว่าทำโปรเจคอะไรก็แล้วแต่แล้วเราสามารถสัปปอร์ตเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เขาเป็นคนใท่เขารู้สึกว่าเมื่อเขาเหนื่อยเขาล้าเนี่ยเฮ้ยเรายังอยู่ตรเชื่อมั่นว่าเค้าทำได้ผู้ชายเนี่ยนะผมบอกเลยร้อยทั้งร้อยอ่ะถ้าเค้ารู้สึกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ข้างๆอ่ะแล้วเชื่อมั่นในตัวเค้าอ่ะแล้วสัปปอร์ตให้ขนาดใจคุณรู้ว่ามันเหมือนพลังที่แบบยกกำลัง 10 ยกกำนัง 100 มันมหาสารมากอ่ะเค้าจะรู้สึกเลยว่าเค้าทำไปเพื่อใครเค้ารู้สึกเลยว่าไอ้สิ่งนี้ที่เคเพราะฉะนั้นคุณเป็นลมใต้ปีกนะครับ เป็นแรงสนับสนุนเป็นพื้นที่สบายใจให้กับเขาแล้วสามีอย่างนี้จะยิ่งสำเร็จ ยิ่งร่ำรวยขึ้นข้อสองครับ คือภรรยาที่ใช้คำพูดเป็นคนส่วนใหญ่เวลาอะไรที่มันไม่ได้นั่งใจ หรือมีปัญหาก็จะทะเลาะใช่ไหมครับจะบ่น จะด่า จะว่า ยกตัวอย่างไปสนามบินอย่างนี้ฮะภแล้วเราตกเครื่องบินขึ้นมาจริง ๆ เนี่ยภรรยาแบบแรกเนี่ย ที่บ่นเลยว่าอะไรก็จะบอกว่าเห็นไหม ฉันบอกแล้วไง ทำไมจะไม่ฟังกันบ้างอีโก้มันจะสูงไปไหน ทำไมไม่รู้จักเชื่อเมียบ้างก็จะยิ่งทำให้สามีนี่รู้สึกผิดไปใหญ่แล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกแต่ถ้าภรรยาแบบที่สองที่ใช้คำพูดเป็นก็จะพูดว่าโอเค ตกเครื่องแล้วแล้วเราจะทำยังไงกันต่อดีเราจะวางแผนยังไงต่อดีมาช่วยกันคิดดีกว่าคุณเห็นไหมครับว่าคนที่มันตัดสินใจผลาดนี่คือตัวสามีนี่รู้สึกผิดมากพออยู่แล้วแต่เวลามาเจอภรรยาพูดแบบนี้เขาจะรู้สึกว่าเฮ้ย นี่มันทีมเดียวกันนี่ว่ะมันมีคนเข้าใจเราเว้ยสิ่งนี้ละครับมันทำใหแล้วรู้ไหมครับว่าไอ้คำว่าทีมเดียวกันเนี่ยมันเป็นคำที่ยิ่งใหญ่มากนะเพราะอะไรครับเวลาที่คู่ชีวิตมันเดินทางขึ้นมาถึงจุดที่มันเริ่มระห่องแรงมันทะเลาะกันสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือมันจะแยกกันคนละทีมครับเราจะไม่ได้มองว่าเขาคือพวกเดียวกันกับเราอีกต่อไปแต่เราจะมองว่าเราต้องพยายามเอาชนะเขาต้องพรยายามเป็นฝ่ายถูกเวลาเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นเนี่ยมันเหมือนนับแต่มทำคะแนนแล้วมันไม่มีทางเลยที่คุณจะกลับมาแล้วมันหวานชื่นเหมือนเดิมถ้าเรายังมองว่าเขามีศัตรูคีสำคัญคือกลับมาเป็นทีมเดียวกันก่อนข้อสามครับ คือภรรยาที่ไม่ได้เอาความสุขหรือชีวิตทั้งชีวิตไปแขวนไว้ที่ตัวสามหญิงอย่างเช่นนะครับ ไม่ใช่การว่านั่งรอเมื่อไรเขากลับบ้านเมื่อไหร่เขาจะพาเราไปเที่ยว เมื่อไหร่เขาจะพาไปเดต เมื่อไรเขาจะทำอันนั้นนี้ถ้าเธอไม่ทำสิ่งนี้ ฉันจะไม่มีความสุขถ้าคุณไปแสดงออกแบคนนั้นน่ะ เขาจะมองว่าคุณเป็นภาระทันทีแล้วเขาก็จะมองคุณเป็นของตายแล้วเขาก็จะไม่ได้ให้ฆ่า ไม่ได้ให้เกียรติคุณแต่สังเกตสิครับว่าภารยาที่สามียังลงมาสิบสิบปีน่ะคือภรรยาที่หนึ่งน่ะ มีความมั่นใจในตัวเองสอง มีความเป็นตัวของตัวเองสาม มีแพชั่น มีเป้าหมแต่ว่าจัดการตัวเองได้ สามารถสร้างความสุขด้วยตัวเองได้ Happy นะมีสังคม มีเพื่อนฝูง มีชีวิตที่อิสระ มีชีวิตที่เป็นของตัวเองสิ่งนี้ครับ มันเป็นการแสดงออกอย่างเบาๆว่าถ้าไม่มีเธอในชีวิต ฉันก็อยู่ได้ ฉันฮัปปี้ดี ฉันมีครอบครัวไม่มีเธอในชีวิต มันไม่ใช่ว่าฉันแต่ฉันยังมีอย่างอื่นที่เป็นแบกอัพยังมีความสัมพันธ์กับคนอื่นๆยังมีเพื่อนฝูงยังมี่ขอบครัวที่อบอุ่นยังมีชีวิตยังมี้อะไรสำรองของตัวเองมันจะทำให้สามีคุณรู้ว่าอำนาจเป็ดเสร็จหรืออะไรมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเขาแต่มันคือชีวิตที่ต้องมาแชร์กันต่างหากและแบบนี้เขาจะขาดและผมบอกเลยว่าในประเทศไทยก็มีโคชหลายคนที่สอนแบบนั้นที่เราจะต้องวิ่งได้ตามผู้ชายที่เราต้องไปทำสิ่งที่เขาชอบ เขาอยากได้อะไรเราต้องจัดให้เลยทุกอย่าง ทำไปเลย ถวายไปเลยนะครับมันไม่ใช่นะ แต่คุณเห็นไหมว่าสิ่งที่ผมสอนนี่มันคือหลักของการพัฒนาตัวเองรวนๆ ทั้งนั้นเพราะอะไรครับ อันนี้มันเป็นกฎจิตวิญญาณการที่คุสถานการณ์แวดล้อมตัวคุณมันเกิดมาจากพลังงานที่มันเป็น vibration ของคุณถ้าคุณเปลี่ยนขึ้นพลังงานสถานการณ์แวดล้อมเปลี่ยนเพราะฉะนั้นมันไม่ใช่การไปวิ่งไล่ตามหรือไปตื้อไปงอไปทำให้เขาชอบแต่มันคือการยกระดับตัวเองขึ้นมาครับมันคือการนำให้เรามีความสุขขึ้น Happy ขึ้นแล้วสิ่งเหล่านี้แหละครัพอ vibration มันไม่ match กันแล้วเขาเลือกที่จะเดินออกไปเองคุณก็จะได้คนใหม่ที่ดีกว่า หรือ vibration ที่ดีกว่าเข้ามาครับรักการมันเป็นอย่างนี้ซึ่งเทคนิคทั้งหมดเนี่ย ผมจะสอนวิธีสั่งจิตทำยังไงให้สามีกลับมาเป็นสามีที่น่ารักและลงเราเหมือนเดิมนะครับในคอร์ดสั่งจิตคู่ชีวิตใครสนใจ สามารถทักมาที่ Line อัดคุมบุเห็นไหมครับว่าทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คุณเคยคิดว่ามันยากเพราะคุณไม่รู้แต่ถ้าคุณเอา 3 รักการนี้ไปใช้นะครับรับปลอมเลยว่ายังไงเขาก็เปลี่ยนแน่นอนเขาต้องกลับมาลงคุณแน่นอนแล้วเดี๋ยวเราเจอกันในคลิปหน้าสวัสดีครับ
© 2026 Delphi · Terms · Privacy · Published by Wuttimet Thampattanaruj on YouTube