10 steps เลิกเกาะติด พลิกถือไพ่เหนือกว่า (ในความสัมพันธ์) | KruWoody

KruWoody outlines ten steps to move from anxious, clingy attachment to secure confidence in relationships. He traces clinginess back to unmet childhood needs, then walks through redefining detachment, building self-worth, practicing meditation, and learning to be alone before trusting a partner's natural flow.
สวัสดีครับทุกคน ยินดีต้อนรับสู่ Podcast ของครูวอดีนะครับวันนี้นะ ผมจะมาสอนวิธีจากคนที่เป็น Anxious มีความผูกพันนะเขาเรียกว่า Attachment Styleคือเรามีความผูกพันกับคนรัก กับคู่ของเราแบบวิตกกังวลจะไปสู่แบบมั่นขง แบบ Secure ได้ยังไงนะครับอันนี้สอนจากประสบการณ์ตรงของผมเลยเพราะว่าในอดีตนะต้องบอกก่อน ผมก็ไม่ตกกังวลแล้วอ่ะ คุณคิดดูดินะฮะแล้วผมเปลี่ยนตัวเองยังไง ให้การเป็นคนที่มั่นใจแล้วมี self-esteemรู้คุณค่าในตัวเองรวมไปถึงเป็นคน ที่มีความสัมพันธ์แบบสีเขียวได้ยังไงนะครับวันนี้ มาดูกันนะผมจะแบ่งเป็น 10 สเตปนะครับอันดับแรกเนี่ย ผมต้องบอกก่อนเลยว่าไอ้คำว่า Detachment เนี่ยนะจริงๆเนี่ยมเพราะว่าคำว่าปล่อยวาง คนไทยตีความคำนี้ไปในทางนิกฐิบ หมายถึงปรง หมายถึงได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นแหละคือพอฟังคำว่าปล่อยวางแล้วเหมือนเรารู้สึกว่าเราผิดหวังเรารู้สึกว่าเราแบบช่างมาแล้ว กูปรงแล้ว ได้แค่นี้ก็แค่นี้บุญพาวัฒนาสงค์คือคนมันจะเอาคำว่าปล่อย�วางใจครับ การวางใจก็คือการที่คุณคาดหมายไปเลยว่าสถานการณ์มันดีแน่นอนวางใจ ก็คือไม่ไปวิตกกังวลล่วงหน้าว่าคุยถึงเรื่องแย่ ๆ จะเกิดเดี๋ยวจะป่วย เดี๋ยวคนรักจะนอกใจอย่างนี้เห็นไหมเราไม่ไปคิดเรื่องแบบนั้นการวางใจคือ เฮ้ย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเนี่ยมันดีเสมอ เฮ้ย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเนี่ยมันสอนอะไรเราบางอย่างนี่แหละครับ คือนิยามของการวางใจที่แท้จริงทีนี้ แล้วเรื่องความสัมพันธ์ล่ะมันวางใจเนี่ย มันทำยังไงก็ต้องบอกก่อนนะว่าการปล่อยวางในความสัมพันต์ในการ Detach การไม่ยเอาตัวเองเป็นสูนกลาง แล้วก็แบบให้คนอื่นมาหมุนรอบตัวเรานะมันไม่ใช่การที่เรายิ่งนะฮะ เราไม่แคร์ความรู้สึกเราแบบว่าเฮ้ย กูเอาตัวเองก่อน หรือเห็นแค่ตัวนะคนมัดจะเข้าใจไปในทางนี้นะซึ่งผมบอกก่อนเลยว่า No มันไม่ใช่นะครับการปล่อยวางในความสัมพันธ์ก็คือคุณไม่เอาตัคุณไม่เอาคนอื่นมาตัดสินตัวเอง คุณไม่เอาคำพูดคนอื่น มาวาลิเดตคุณค่าของคุณนี่แหละครับ คือการดิเทศอย่างแท้จริงทีนี้สิ่งที่ตรงข้ามกับการวางใจ ก็คือความวิตกกังวล ถูกไหมมันคือคำว่า anxious ครับ รักษณะคน anxious เป็นยังไงก็คือ 1. อยู่กับตัวเองไม่ได้ อยู่คนเดียวไม่ได้จะรู้สึกว่าต้องหาใครมาเติมเต็มตลอดรู้สึกว่ามันลุกลี้ลุกลนรู้สึกว่าอยู่คนเดียวมีความเหงา มีความเครียดรู้สึกว่าอยากได้ใครสักคนมารักอยากให้เรามีคนมาเห็นคุณค่าเราจะต้องมีคนมาอยู่ใกล้ๆ ต้องมีคนมาแบบเห็นเราเป็นคนสำคัญกร เราถึงจะมีความสุขเฮ้ย ที่ฉันอยู่กับตัวเองคนเดียว ฉันมีความสุขอ่ะฉันรู้สึกว่าแบบ หืม ทำไมมันหงุดหยิดมันเหมือน มันขั้นเนื้อขั้นตัว มันกระสับกระสายไปหมดเนี่ยครับ ถ้าคุณเป็นแบบนี้ คุณเข้าขายเป็นคน anxious แล้วล่ะอีกรัฐษณะหนึ่ง ก็คือตั้งขอบเขตให้ตัวเองไม่ใครบอกอะไรก็เป็น Yes Man หมดเป็น Yes Woman หมดก็คือคุณอยากจะมีคุณค่าในสายตาคนอื่นนะครับแล้วก็กลายเป็น People Pleaserก็คือทำเพื่อคนอื่นอยากให้คนอื่นพอใจเพราะรู้สึกว่าการทำให้คนอื่นพอใจเนี่ยเขาจะได้รักเรา ชอบเราแล้วเราก็จะมีคุณค่าในสายตาก็คือเนี่ยมันเป็นธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้วเรามักจะเข้าใจผิด มักจะใช้วิธีที่ผิดด้วยการกลายเป็น People Pleaserแล้วพอเป็น People Pleaser นี่รู้ไหมเกิดอะไรขึ้นตัวเองนี่ กลายเป็นไม่มีความสุข ไม่คอมฟอร์ตทำสิ่งที่ตัวเองก็ไม่ได้อยากทำไม่ใช่ Passion ของตัวเอกเลยเหนื่อยก็เหนื่อยนะก็ยังต้องไปช่วยเขา ไปล้างจานเพราะว่าเขาขอมาเดี๋ยวกลัวปฏิเสธไป เดีการ Validation ไปขึ้นอยู่กับสายตาคนอื่นหมดเลยแล้วสุดท้ายพอตัวเองทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบแล้วเหนื่อยแล้วฝืนถึกทนธรรมมาคุณก็จะกลายเป็นสะสมจะกลายเป็นเหนื่อยสะสม จะกลายเป็นเกลียดชังคน ๆ นั้นสะสมแล้วสุดท้ายก็ระเบิดออกมาแล้วก็ทะเลาะกับเขาอยู่ดีอีกอย่างหนึ่งนะครับก็คือต้องพึ่งการยินยันคุณค่าจากคนอื่นคุณจะถามเสมอว่าฉันสวยไหม ฉันดีพอหรือยัง เธอรักฉันไหมเห็นไหมมันจะคอยถามตลอดอ่ะ หรือว่าอย่างเช่น Line ไปหาแฟนอย่างนี้ก็แบบนี่ไงฉัน Line บอกเธอตลอดเลยอ่ะทำไมเธอไม่เห็น Line อะไรบอกฉันบ้างเลยเนี่ยก็จะเริ่มมีการเรียกร้องค่อีกอย่างหนึ่ง จะมีความอยากใกล้ชิดกับคู่ของเรากับแฟนของเราแบบไม่ใช่แค่อยากอยู่ด้วย แต่มันเสพติดมันเสพติดจะเป็นว่า เธอต้องอยู่กับฉันตลอดเวลาเธอต้องมาแบบเป็นพลังให้ฉันคือคุณจะสูบพลังของเขามาแบบอย่างมากเลยแล้วก็มีความหึงง่ายด้วยครับกลัวว่าตัวเองจะถูกแทนที่แล้วก็มีความรู้สึกไม่ไหวใจคู่ของคุณด้วยคอยเช็คเปื้อถือของเค้าตลอดเวลาคอยแบบติดตามหรือบางคนก็เอา GPS สิ่งนี้ไปแทรกในกระเป๋าในรถเค้าไปเลยนะฮะคุณรู้สึกว่าคุณยังต้องคอยจับจ้องหรือควบคุมเค้าทุกฝีเก้าซึ่งข่าวดีครับผมบอกก่อนนะว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาทั้งหมดมันไม่ใช่ตัวคุณแตถามจริง ๆ เดี๋ยวตั้งแต่คุณเป็นเด็กคุณเกิดมา โลกคุณโตขึ้นมาคุณรู้เองหรอว่า ต้องเอา GPS ไปติดไว้ในรถแฟนไม่ คุณเห็นจากไหน ๆ อะไรในข่าว ในละคร ในหนังหรือไม่ ก็อาจจะเป็นญาติพี่ น้อง หรือเพื่อนคุณพ่อเพื่อน แม่เพื่อนทำอย่างนี้อันนี้พ่อเพื่อนนอกใจ แม่เพื่อนนอกใจอะไรอย่างนี้เห็นไหมคุณอาทีนี้มาดูข้อสามครับว่าแล้วรากเน่าของปัญหาเนี่ย ความวิตกกังวลเนี่ยมันมาจากอะไรส่วนใหญ่มันจะมาจากความสัมพันธ์ของเรากับพ่อแม่ของเราในวัยเด็กครับถูกตัวอย่างเช่นถ้าสมมติตอนเด็กเนี่ยพ่อไม่สนใจคุณเลยไม่ให้คุณค่าคุณ ไม่บอกรักคุณ ไม่อุ่ม ไม่กอด ไม่หอม ไม่ดูแลคุณเลยคุณก็จะรู้สึกวคุณก็จะรู้สึกว่าทำอย่างไรฉันถึงจะชนะใจพ่อได้พ่อถึงจะหันมามองฉันบ้าง พ่อถึงจะมาฟังเรื่องเล่าพ่อถึงจะมาเล่านิทานให้ฉันฟังตอนนาคืนบ้าง เห็นไหมครับพ่อมันเป็นแบบนี้พูดว่าไอ้แพตเทินแล้วก็ความห่วยหาความรักจากพ่อเนี่ยมันจะติดตัวเราครับ มาจนโตแล้วคุณก็จะรู้สึกว่าอยากจะเอาชนะเวลาคุณมีแฟน เวลาคุณ in relationship น่ะคุณก็จะไปดึงดูดผู้ชายที่ทำให้คุณสามารถเอาชนะได้นั่นแปลว่าคุณจะไปดึงดูดคนที่มีพฤติกรรมเหมือนพ่อของคุณเข้ามาก็คือ เขาไม่สนใจคุณ เขา ghosting คุณเขามีมือที่ 3 เขานอกใจ พูดอย่างนี้นะฮะเพราะอะไรเราพยายามห่วยหา อยากจะถูกรัก อยากจะเอาชนะแล้ว vibration หรือพลังงาน หรือ being ข้างในตัวตนที่เราเป็นมันคือแรงสรรเสื้อน มันคือกฎของแรงดึงดูดครับมันจะไปดึงดูดสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เรารู้สึกสิ่งมันเป็นอารมณ์แบบเขาเรียก signature vibration ของเราเข้ามาและถ้าคุณยังห่วยหากความรัก อยาก�มันเหมือนเป็นปมไง มันอยากจะแบบพิชิตให้ได้เว้ยทีนี้พออยู่ใน vibration นั้นน่ะ คุณดึงดูดแน่นอนคุณก็จะไปดึงดูดผู้ชายที่ไม่เอาใจใส่คุณเข้ามาไปดึงดูดผู้ชายที่มามาหายหายไปดึงดูดผู้ชายที่ต้องคอยให้คุณเนี่ย ไปแบบ...ไปทุ่มเทให้เขา ทำยังไงเขาถึงจะรักคุณไปดึงหลุดผู้ช่ายที่กำแพงสูเหมือนอย่างประสบการณ์ส่วนตัวของผมเหมือนกันอย่างเด็กๆเนี่ย ผมก็แบบคิดอยู่ตลอดเลยนะว่าแบบเฮ้ย ถ้าแต่งงานกับผู้หญิงสักคนเนี่ยคน ๆ นั้นจะต้องเป็นคนที่ให้เกียจเรา อื้ม กูไม่เอาเลยนะคนที่แบบมาแล้วแบบดูถูก เออ ไม่เอานะผู้หญิงที่มาแล้ว แบบมาบอกว่าเราไม่เก่งทีนี้ผมหลุบความคิดแบบนั้นอยู่ตล่นั่นแหละ ผมก็โดนเลยนะฮะ เธอก็บอกว่าผมไม่เก่งแล้วก็ดูถูก คุณเห็นมั้ยนั่นมันคือแพตเตอร์นความคิดในวัยเด็กที่ผมอยากจะเอาชนะตัวเองแล้วก็รู้สึกอยากพิสูจน์คุณค่าตัวเองตลอดเวลาผมก็เลยไปดึงดวดผู้หญิงครับ ไปดึงดวดแฟนที่มาทำให้ผมต้องชาเลนด์อีกอ่ะเพิ่มอ่ะนี่มันเป็นเรื่องจริงแบบโคตรเวลาคุณดึงดูดคู่ของคุณเข้ามาได้แล้วเนี่ยคนเนี่ยแล้วคุณพยายามชนะใจเขาคุณพยายலมอย่างจะให้เขารักคุณทำไมกลายเป็นว่าเขายิ่งถอยห่างยิ่งไม่รักทั้งทั้งที่คุณก็รู้สึกว่าคุณทำดีโคตรโคตรเลยนะเพราะอะไรรู้ไหมครับเพราะว่าเซลล์เอสซีมคุณต่ำแล้วหน้าจังหวัดนั้นคุณอยู่ในพลังงานคุณต้องให้คนอื่นมายืนยันว่าคุณมีคุณค่าแล้วผู้ชายนะครับ เวลา...นี่ผมพูดจากมุมผู้ชายเลยนะถ้าสมมติผมอยู่ในความสัมพันธ์อยู่ในความรักกับผู้หญิงสักคนหนึ่งเนี่ยแล้วผู้หญิงคนนั้นไม่รักตัวเองแล้วมาแบร่มมือขอความรักกับผมเหรอผมจะมองว่า เฮ้ย คนคนนี้อยู่มันไม่เหมือนแม่กับลูกนะ มันไม่เหมือนที่แม่รักลูกอย่างไม่มีเงินไขความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายผู้หญิงเนี่ย ยังไงมันก็มีเงินไขมันเป็นความรักที่มันจะเกิดการเทสต์ the water หรือว่าทดสอบน้ำอย่างเสมอมันจะเทสต์ว่าอีกฝ่ายหนึ่งเนี่ยเฮ้ย กูสามารถที่จะเหมือนลำเส้นไปได้แค่ไหนวะถ้าเกิดฉันให้เธอมารับตอนตี 4 อย่างนี้ เธอทำได้ไหมหรือว่าฉันขอยืมเงินเธออย่างนี้ ไหนดูนี่เธอให้ไหมหรือว่าฉันให้เธอมาช่วยงานฉัน มาเป็นแม่บ้านให้ฉันมาทำนู้นทำนี้ให้ฉันขอยครับรถรับส่งล้างรถให้ดูสิว่าเธอทำได้ไหมถ้าทำได้ เขาจะลำเส้นคุณเรื่อยๆครับความสัมพัจะเป็นตัวอย่างให้ฟังอีกเรื่องหนึ่งนะครับอย่างบางคนเนี่ย สมมติผู้ชายเนี่ยชอบเค้กช็อคโกแลตนะ แล้วเขาบอกว่าเขาชอบคุณก็จะรีบบอกเลยว่า อุ๊ย ชอบเหมือนกันที่จริงสมมตินะ คุณชอบชีสเค้กเนี่ยแล้วคุณก็จะรีบบอกว่าตัวเองชอบช็อคโกแลตคุณจะรีบไปหาซื้อเค้กชอคมาให้เขาคุณจะรีถ้าคนที่เฟิร์ม มั่นคง มี self-esteemเป็นตัวของตัวเอง รักตัวเองมากพอเนี่ยเธอจะไม่ได้เปลี่ยน หรือว่าดัดงอตัวเองเบนดิ้งตัวเอกเพื่อใครแต่เธอจะยืนอยู่อย่างนี้ ก็ฉันเป็นอย่างฉันอย่างนี้ถ้าเธอชอบเค้กช็อคโกแลต แต่ฉันชอบชีสเค้กฉันจะหาชีสเค้กที่อร่อยที่สุดมาให้เธอกินเธอจะได้รู้ว่เนี่ยครับ ผู้ชายมันชอบวิ่งไล่ตามผู้หญิงแบบนี้เพราะว่ามันเป็นมุมมองใหม่โลกใบใหม่แล้วก็มันก็เป็นอะไรการ discover คนพบอะไรใหม่ๆถ้าคุณแบบเป็นตัวของตัวเองแล้วคุณมีโลกใหม่ไปแชร์ให้เขาเขาวิ่งไร่ตามคุณไม่มีวันจบอ่ะ ทีนี้มาดูกันว่าแล้วเครื่องมือการปล่อยวางหรือวางใจในภาคปฏิบัติเนี่ยเราจะทำยัตัดสินใจ ตัดสินใจก่อนเลยวันนี้คุณต้องตัดสินใจว่าเฮ้ย ฉันจะเปลี่ยนตัวเองแล้วไอ้ตัวตนเก่า หรือความไม่มั่นใจความที่ฉันเป็นผู้หญิงที่ต้องวิ่งไล่ตามผู้ชายเสมอนี่นั่นมันไม่ใช่ตัวฉันแต่มันเป็นพัตเทิร์นที่ฉันเห็นมา หรืออไรก็แล้วแต่ว่าเนี่ยฉันเปลต่างมาเนะครับ คุณต้องรู้ความจริงข้อหนึ่งว่าเราไม่มีสิทธิ์ไปควบคุมคนอื่นเราไม่สามารถที่จะไปควบคุมคนอื่น หรือไปดัดไปเปลี่ยนให้เขามารักเรา หรือพยา�มไปบีบปังคับเขาต่าง ๆ นะนะว่าเขาจะต้องมาแต่งงานกับฉันแต่ละคนมีฟรีวิว หรือว่า 7 จำนงเซสูงขึ้นแล้วมันอย่างแพ้จริงคุณรู้สึกว่าคุณอยู่กับตัวเองคนเดียวแล้วมันผ่อนคลายได้มัน relax แล้วฉันรู้สึกฉันชอบตัวเองเวอร์ชั่นนี้จังถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ได้เมื่อไหร่นะครับนี่แหละครับ มันคือการ detachedคุณจะไม่วุ่นวายไปคบคุมคนอื่นเพราะว่าเฮ้ย ฉันไม่จำเป็นต้องไปคบคุมเธอเธอเห็นไหมครับ อันนี้มันคือจิตวิญญาณคุณพัฒนาขึ้นแล้วแล้วความรักคุณก็จะสบายขึ้นอีกอย่างนะ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบไปควบคุมคืออะไรรู้ป่ะคุณมักจะไปคอยเช็คเขาไปคอยแอบดูเขาให้เขาจะนอกรู้นอกทางป่ะวะจะนอกใจป่ะ หรือว่าจะไปเมาะ จะไปอะไรป่ะผมบอกเลยคุณไม่ได้มีหน้าที่เก็บกวาดปัญหาให้ใครทุกคนต้องมันไม่ใช่ว่าคุณค่าคุณไม่ดี เขาเลยทำกับคุณแบบนั้นมันไม่ได้ผิดอะไรที่คุณเลยนะฮะ มันเป็นปัญหาของเขาคุณจะต้องเปลี่ยนความหมายของสถานการณ์เพราะเมื่อไหร่ถ้าคุณให้ความหมายปุ๊บ อารมณ์มันจะตามมาถ้าคุณให้ความหม่ายว่าฉันไม่ดี เห็นไหม อารมณ์คุณก็ด่าวแต่ถ้าเกิดคุณขอบคุณนะที่คัดคนที่ไม่ใช่ออกจากชีวิตเห็นไหมครับ ตีความแบบนี้อารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะอีกวิธีหนึ่งนะครับ คือให้สังเกตอารมณ์ตัวเองเวลาคนที่วางใจในเรื่องต่างๆได้เนี่ยคือเขาจะถอยออกมาสเตปหนึ่งสมมุติกังวลมันมีความรู้สึกกังวลหรือว่า มันไม่สบายใจเลยว่ะคุณจะถอยออกมาก้าวหนึ่งเหมือนคุณนั่งลิ้มแม่น้ำแล้วดูกระแสน้ำมันขึ้นลงอ๋อ อารมณ์ตอนนี้มันปั่นปวนนี่ไม่ใช่ชัดนะอย่างวิธีหนึ่งที่ผมใช้เลยนะครับก็คือนั่งสมาธิครับนั่งสมาทิเลยนะครับอันนี้เดี๋ยวถ้าเกิดใครอยากจะได้บทนำนั่งสมาธินะบางคนนั่งเองไม่ได้นั่งแล้วมันนั่งไงครู นั่งแล้วมัน calm หรือว่ามันสงบความคิดตัวเองลงไม่ได้นะครับไปเข้ากลุ่มนะเดี๋ยวผมจะขึ้นลิ้งไว้ให้ในตรงนี้ละกันนะครับไปเข้ากลุ่ม ผมมีกลุ่มที่มี course free ในนั้นอยู่นะครับจะมี Love and Kindness Meditation นะเป็นเสียงนำสมาธิโดยที่เป็นเสียงผมเองนะครับประมาณ 5 นาทีกว่ากว่าโห คุณเข้าอันนั้นได้ แป๊บเดียวนะฮะเราจะลงมาสู่คลื่นสมองที่เรียกว่า อัลฟ่าแล้วมันจะทำให้คุณสงบแล้วก็มีสติขึ้นเยอะสิ่งแรกที่จะนำมาเลย คืออารมณ์ที่ดีขึ้นครับอารมณ์คุณมัวแค่ไหน ถ้าเจอสมาธิตัวนี้ คลิปนี้เข้าไปนะฮะ มันจะบวกขึ้นมาเลยที่นี่มาถึงข้อหกครับ สเตปที่หกแล้วมันคือการเชื่อมต่อกับคน ๆ นั้นอย่างแท้จริงมันไม่ใช่การไปพยายามบังคับ หรือพยายามควบคุมให้มันเป็นพยายามทำให้เขารักเรา พยายามทำให้เขาเปลี่ยนนิสัย 1 2 3 4ให้เขาไม่โจชุ ให้เขารักเราคนเดียว ให้เขารายงานต่อตลอดเวลาเพราะว่าความรักเนี่ย มันไม่ใช่ความรักที่มันทำให้มันตรงนั้นคุณก็ต้องมองให้เห็น สแกนแล้วมองให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของคน ๆ นั้นครับมันไม่ใช่ว่าเราต้องคอยพยายามคบคุมให้เขาเป็นอย่างเรา เราถึงจะสบายใจแต่เราต้องสบายใจด้วยตัวเองไปก่อนเลยวางใจไปก่อนเลยว่าเขาจะเป็นคนดีแล้วถ้ามันเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยคุณก็รู้สึกแล้วว่าเฮ้ย ฉันทำดีที่สุดแล้วในความสัมพันเราก็แค่บ๊ายบายนะครับ ปล่อยมือแล้วเดี๋ยวเราจะได้พร้อมให้เจอคนที่ดีกว่านะนี่ผมถึงได้บอกว่าเวลาเราเริ่มรักใครอ่ะ หรือเราจะเลือกคนนี้แล้วลองคุยอ่ะมันไม่ใช่การไปควบคุม วิ่งไล่ตาม หรือพยาย์มดัดเปลี่ยนเขาอ่ะแต่มันคือการที่คุณต้องคอนเนคคือเชื่อมต่อไปเห็นตัวตนที่แท้จริงขรู้ว่าตัวเองมีคุณค่าไม่ต้องรอให้ใครมายืนยันไม่ต้องรอให้ใครมารักคุณก็รักตัวเองมากพอแล้วอยู่ในงานเลี้ยงคุณไม่จำเป็นต้องแซกพูดไม่จำเป็นต้นจุดเด่นไม่จำเป็นต้องอยากจะให้ใครสนใจแต่คุณสง่างงามในแบบของคุณคนแบบนี้มีเสน่ยมากครับมันสัมผัสได้เพรอย่างผมไปงานเลี้ยงงานหนึ่งผมก็มองออกเลยแล้วมันก็เห็นแล้วมันก็รู้ออกเลยว่าผู้หญิงคนไหนเป็นผู้หญิงที่โคตรตัวเองได้เป็นผู้หญิงที่เหลือค่าทีนี้มาดูข้อแปดครับนี่คือวิธีการสื่อสารแบบคนที่เป็น Secure นะคือคนที่มีความปุกพันแบบมั่นคงคนที่มั่นคงเวลาสื่อสานหรือคุยเนี่ยเขาจะพูดบอกความตคนที่เป็นอังเชียร์ก็จะพูดว่า ทำไมคุณไม่โทรหาฉันบ้างเลย ฉันเหงาหรือไม่แบบ ทำไมคุณไม่ดูแลฉันเลย คุณไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอแต่คนที่เป็น CQL เนี่ย เขาจะใช้คำพูดอีกแบบก็คือ ฉันชอบจังเลยค่ะ เวลาที่คุณโทรมาหาฉันเขาจะบอกสิ่งที่เป็น Positive Planเขาจะบอกในสิ่งที่เขาชอบให้อีกฝ่ายหนึมอบอำนาจในมือคุณให้อีกฝ่ายเหมือนความสุขของคุณมันขึ้นอยู่กับว่าเขาทำอะไรแต่การที่คุณบอกว่า เฮ้ย ฉันชอบสิ่งนี้นะฉันชอบสิ่งที่เธอทำ ฉันชอบแบบเธอตอนเธอทำแบบนี้นะมันคือการบอกว่าเขาจะเติมความรักให้คุณยังไงได้บ้างโดยที่คุณรักตัวเองอยู่แล้วหรือแม้ก็ทั้งในวันที่คุณเหนื่อยอย่างนี้คุณอยากได้ emotional support คุณก็จะบอกเขาตรง ๆ ว่าวันนี้เหนื่อยมากเลย ช่วยล้างจานให้หน่อยได้ไหมหรือยังน้อยถ้าเขาขอให้คุณล้างจานให้อย่างนี้ถ้าคนที่เป็น anxious ก็จะรีบล้างให้อยากจะทำให้เขาพอใจแต่ตัวเองเนื่อยจะตายอยู่แล้วแล้วสุดท้ายกิบกดครับมันกลายเป็นเก็บแค้นแต่คนที่เป็น CQL ก็จะพูดตรง ๆ ว่าไม่ไหวแล้ว วันนี้เหนื่อยมากเลยเดี๋ยวฉันล้างให้พรุ่งนี้นะ หรือว่าเดี๋ยวว่าจะค่อยว่ากันนะ ฉันขอแบบดูแลตัวเองก่อนแล้วก็คนที่ CQL จะไม่แบกอดีตมาตัดสินกับแฟนคนปัจจุบันครับเขาจะไม่แบกเรื่องแฟนเก่า สมมุติแฟนเก่านอกใจอ�เขาจะไม่มีการคิดร้าย หรือเอาเรื่องในอดีตมาปลนแต่เขาจะวางใจไปก่อนเลยว่า เฮ้ย คนนั้นเป็นคนดีนี่แล้วก็ฉันนี่คู่ควรที่จะเจอความสัมพันธ์ที่ดีเสมอนะครับเพราะฉะนั้นมันจะไม่มีเรื่องคิดร้ายอยู่ในหัวทีนี้เวลาคุณไม่มี vibration หรือเรื่องคิดที่มันอันตราย หรือเรื่องอะไรอย่างนอกใจอยู่ในหัวคุณจะคอยแบบจับผิดว่าแบบนี้ เดี๋ยวมึงก็นอกใจ เดี๋ยวมึงก็นอกใจเนี่ยมันนอกใจจริง ๆเพราะว่าคุณส่งพลังงานออกไปแล้วว่าคุณอยากได้แบบนั้นมันเหมือนคนที่รับลูกน้องมาทำงานในบริษัทแล้วก็ไปคอยสอดส่องตลอดเลยว่าเดี๋ยวก็ลูกน้องแม่งโกงแน่เดี๋ยวมันโกงเงินกูแน่ เดีเขาก็จะรับลูกน้องมาทำงาน แล้วก็บรีฟงานกันนะ ฉันคัดเลือกมาแล้วประมาณหนึ่งนะในใจเขาจะคิดแล้วว่าวางใจให้เขาทำงานเลยแล้วเดี๋ยวถ้าเกิดการทุชดิตก็ค่อยหาหลักฐานแล้วมาจัดการกันทีหลังมันไม่ใช่คันที่จะตีต้นไปก่อนไข้ หรือกลัวไปก่อนทีนี้ข้อ 9 ครับ อันนี้คือฐานสำคัญของทุกเรื่องทั้งหมดเลยคือคุณต้องอยู่คนเดียวให้เป็นก่อนต้องอยู่คนเดียวให้ได้ก่อนเพราะว่าถ้าคุณยังมีความสุขสงบใจชอบตัวเองในเวอร์ชั่นตัวเองไม่ได้เนี่ยบอกเลยว่าเวลาคุณไปอยู่กับคนอื่นคุณก็จะไปเรียกร้องสิ่งที่คุณขาดจากเค้าและเค้าจะสัมผัสได้ เค้าจะอึดอัดและเค้าจะรู้เลยว่าคุณไม่เห็นค่าในตัวเองมากพอนะครับอันนี้ถ้าใครอยากฝึกนะ แบบจากเต็มไปเรียนคอร์สนี้สั่งจิตฤทธิ์สถานะ อันนี้ผมสอนเรื่องเซลล์เอสทีมรวด ๆ เลยคอร์สนี้จะทำให้จากคนที่โลเซลล์เอสทีมก�แล้วก็สุดท้ายนะครับ ข้อสิบคำว่า Decache หรือปล่อยวางเนี่ยมันไม่ใช่การที่ว่าคุณแบบรักคนได้แค่ 50%โนวิตต้องเผื่อใจไว้เจ็บ หรือว่าแบบว่า...มันคงไม่ดีหรอกนะฮะแต่มันคือการวางใจไปเลยอย่างที่ผมบอกว่ามันจะดีแน่นอนแล้วเวลาคุณกลับมาเป็นคนที่สีเขียวเนี่ยคุณจะมีเสน่ห์ดึกดูดมากๆมันจะกลสุดท้ายนะ ถ้าเกิดว่ามันไม่เวิร์กจริง ๆ คุณได้แค่เดินออกมาแล้วบอกว่า ดีนะที่มันจบเร็ว เราจะได้ไปเริ่มต้นใหม่แล้วก็ เฮ้ย ครั้งที่แล้วฉันได้เรียนรู้อะไรบ้างนะครับนี่คือคนที่มี Mindset แข็งแรงคือคนที่จะสามารถ ที่จะมีความรักที่มันมั่นคงแล้วก็มีความสุขได้อย่างแท้จริงอย่างที่ผมเปลี่ยนตัวเองมาเราก็สั่งคนต่างเอาเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด 1 บวก 1 มาแล้วกลายเป็น 100 อย่างนี้ยิ่งมีความสุขมากขึ้นนะครับยิ่งทำให้เติมเต็มทั้งชีวิต หน้าที่ การงานและก็ความสุขในชีวิตทุกด้านเลยนะครับเวลาความรักดีมาทำให้ชีวิตคุณดีจริง ๆ นะครับก็อันนี้ถ้าใครอยากจะเรียนนะครับแบบเวอร์ชั่นสมบูรณ์เป็นคอสตังศิษย์เพื่อสถานะอาจจะร่วมกับวิชามานบริหารเสน่ห์ด้วยก็ได้นะเดี๋ยวแพ็คคู่ผมจัดราคาพิเศษให้นะครับจะได้คุณจะได้แบบพอคุณปรับเรื่องของเซเวสซีมตัวเองปุ๊บที่เหลือนี่คุณไปปรับเรื่องเสน่ห์บอกเลยแค่นี้แหละนะฮะนุ่มๆติดกลิ่มเขาจะวิ่งไล่ตามคุณผู้จักรเป็นของห
More from Wuttimet

3 คำพูดทำลายความรัก 'เร็วกว่ามือที่ 3' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #ความรัก #ครูวู้ดดี้

สัญญาณที่บอกว่า สามี 'กำลังหมดใจ' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยา #ความรัก #ครูวู้ดดี้

Reset สมองสามี 'ให้กลับมาคลั่งรัก' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยา #ความรัก #ครูวู้ดดี้

Reset สมองสามี 'ให้กลับมาคลั่งรัก' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยา #ความรัก #ครูวู้ดดี้

5 สิ่งที่ผู้ชาย 'รักจริง' จะทำให้คุณ.. . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #ความรัก #ครูวู้ดดี้





