3วิธีเปลี่ยนรักไม่สมหวัง ให้เป็น "พลังดึงดูด" | KruWoody

KruWoody explains how past trauma triggers defensive behavior in relationships, then outlines three shifts: from controlling to allowing your partner space, from scarcity to abundance mindset, and from strength to vulnerability for high-achieving women. He cites Why Men Love Bitches and The Art of Seduction as guides.
สวัสดีครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนนะครับที่ผิดหวังเรื่องความรักซ้ำๆ อกหากซ้ำๆ หรือว่าความรักมันไม่สมหวัง ไม่สำเร็จซ้ำๆเนี่ยก็จะรู้สึกท้อแท้และก็หมดหวังครับจนบางคนถึงก็บอกว่าไม่เป็นไรชีวิตนี้อยู่เป็นโสดก็ได้ เป็นโสดก็ไม่แย่ อยู่คนเดียวก็โอเคคือผมจะบอกอย่างนี้ครับว่าที่คุณไม่สมหวังเรื่ผมขอเปรียบเที่ยวภาพให้เข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้นะครับว่าสมองคนเรานี่มันจะมีสมองส่วนหน้าแล้วก็สมองส่วนหลังใช่ไหมครับสมองส่วนหลังที่มันลงไปทางก้านสมองนี่มันจะเป็นสมองส่วนสัตว์เลยขาดครับเพราะมันถูกวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลยขาดแต่สมองส่วนหน้านี่ Neocortex นี่มันคือสมองที่วิวัฒนาการเป็นมนุษยถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณใช้ชีวิตในโหมดเอาตัวรอด อย่างเช่น หมด สู้หรือหนี อดินาลินคุณกำลังหลังเสือกำลังวิ่งไล่ตามคุณ คุณกำลังจะโดนเสือกินคุณจะไม่มีเวลามานั่งคิดสร้างสรรค์เลย รู้สึกว่าวันนี้ท้องฟ้าสวยจังวันนี้ฉันจะเพ้นรูปอะไรดี วันนี้ฉันจะคิดทำงานอะไรดี มันไม่มีครับคุณเอาอันนี้แหละครับที่เขาเรียกว่า โหมดสู้หรือหนีนะครับFight or flightซึ่งส่วนใหญ่ครับ สาเหตุอันดับต้นๆเลยมันเป็นเพราะประสบการณ์ในอดีตของคุณครับมันเป็นเพราะว่าในอดีตคุณอาจจะเคยโดนทำร้าย โดนหักหลัง หรือผิดหวังอย่างรุนแรงปัจจุบันนี้คุณก็เลยสร้างกำแพงขึ้นมาเพราะกลัวว่าจะเสียใจ กลัวว่าประวัติศาสต์จะสัมรอยซึ่งอันนี้ไม่ผิดนะครับ มันเป็นกล่องกายธรรมชาติมันเป็นกล่องกายการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ที่มนุษย์ต้องป้ที่เราคิดแบบนี้เพราะว่าเราเคยเรียนรู้จักบาดแผลในอดีตครับมันเป็นสัญชัตยานการเอาตัวรอดของมนุษย์มันเหมือนแมวครับคุณเคยเห็นแมวที่ตอนเด็กๆถูกทำร้ายไหมแมวที่ตอนเด็กๆมันถูกรุ่มทำร้ายหรือว่าโดนกัดแล้วมันเป็นแมวจรจัดมันไม่มีครอบครัวเนี่ยพอโตมาครับแมวตัวเนี้ยก็จะขี้กลัว ขี้ระแวงมีเสียงดังนิดนึงวิ่งหนีหรือว่ามนุษย์เนี่ยคนพยายามคุณจะผลักใส่ความรักดี ๆ ออกไปโดยที่คุณไม่รู้ตัวครับผมยกตัวอย่าง สมมุติเขาเข้ามาดี ๆ อย่างเนี้ยคุณก็จะคิดแล้วว่า เฮ้ย เอ็นนี่จะมาเอาเปรียบเราหรือเปล่าหรือถ้าเขาเข้ามาแล้วเขาแบบทำตัวไม่ถูกใจคุณนิดนึงคุณก็จะบอกว่า เฮ้ย เรื่องอะไรฉันต้องทน ไม่เอาอะเคยทนแล้วเจ็บขนาดนี้ ออกไปเลยออกไปจากชีวเปลี่ยนจากการควบคุมหรือ Manipulate เป็นการอนุญาตครับ เป็นการ Allowอนุญาตให้มันเกิดขึ้น อนุญาตให้คุณได้ใช้ชีวิตในโหมดของผู้รับบ้างนะครับอย่าง Case ลูกสิทธิ์ผมเนี่ย ที่ผมเคย Mentor ไปเนี่ยนะครับเป็น Love Mentor ให้เนี่ยเธออยู่ในโหมดเอาตัวรอดและก็อยู่ในโหมดที่ควบคุมความรักให้มัซึ่งเธอก็ไปโรงเรียนมาผิดคนด้วยแหละที่เขาสอนให้เธอกลายเป็นว่าต้องยอมผู้ชายทุกอย่างทำตามใจให้ผู้ชายถูกใจทุกอย่างนะครับอันนั้นคือมันเป็นการลดค่าตัวเองนะผมพอเธอมาโรงเรียนกับผม ผมก็ปรับ Mindset เธอใหม่หมดเลยเริ่มจากการปรับที่พลังงานภายในนี่ครับมันคือข้อแรกเลยนะครับที่เราเปลี่ยนจากการควบคุมมาเป็นการอนุญาตให้เราได้เป็นผู้รับอนุญาตให้ผู้ชายได้เป็นผู้นำอนุญาตให้เขาได้มีพื้นที่ของความเป็นแมสเคิรีนอนุญาตให้ตัวเราเองนี่แหละปล่อยวางการคบคุมนะครับไม่ต้องคบคุมทุกอย่างผมรู้นะว่าที่คุณควบคุมเพราะคุณกลัวว่าถ้าคุณไม่คุมคุณกลัวว่าความรักจะพังคุณกลัวว่าคุณจะโดนผู้ชายหลอกคุณกลัวว่าจะได้ผู้ชายที่ไม่ดีพอคุณคอนโทรมากๆก็จะเริ่มอะไรพฤติกรรมนะครับเวลาคุณควบคุมผมยกตัวอย่างให้ฟังอย่างเช่นคุณจะเริ่มบอกเขาว่าทำไมไม่ทำอย่างนี้ทำไมไม่ทำอย่างนั้น แล้วอันนี้แล้วทำหรือยังทำไมคุณถึงไม่ treat ฉันแบบนี้ทำไมเวลาฉันนั่งคุณไม่เลื่อนเก้าอี้ให้ทำไมฉันหิวน้ำคุณไม่เสิร์ฟน้ำให้ทำไมฉันอยากจะไปที่นี่คุณไม่ขับรถไปส่งเห็นไหมครับว่าพลังงานแบบกดดันหรือบีบคัดนี่มันทำให้ความรักที่เขาค่อยๆก่อตัวเนี่ยแทนที่มันจะไปแบบสมูลสวยงามและโรแมเขาดูแลคุณไม่ไหว คุณหายมันเทนัสเกินไป เขาก็เลยถอยตัวออกไปครับพอคุณดูมาถึงตรงนี้ คุณอาจจะตั้งคำถามนะครับว่า อ๋อ แล้วอย่างนี้ฉันต้องแกล้งโง่เหรอ ฉันต้องทำเป็นไม่รู้ ไม่ชี้ ให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองเหรอผมบอกอย่างนี้ครับ คุณไม่จำเป็นต้องแกล้งโง่ หรือลดมาตราฐานตัวเองลงมาที่ผมบอกว่า ใหแต่สุดท้ายคุณก็เป็นคนถือมงกุฎป่ะ คุณก็เป็นผู้มอบมงกุฎป่ะ คุณคืออานาจักร คุณคือราชินีครับ คุณใหญ่กว่าเขาซะอีกนี่แหละครับ มันคือหลักการในการใส่ถุงมือเด็ก แล้วเล่นกับอีโก้ผู้ชายนะครับHandle his ego with a kid's growth นะครับประวัติวาลีนี้มาจากหนังสือ Why Men Love Bitch นะครับนอกจากหนังสือเร็วนี้ ยังมีหนังสือเรื่อง The Art of Seduction อีกนะที่พูดเรื่องนี้นะเพราะฉะนั้นผมการวันตรีเลย นี่เป็นทั้งหลักจิตวิทยาณและหลักศิษยาณที่ถ้าคุณเอาไปใช้ อย่างไรก็ได้ผลครับข้อสองอันนี้สำคัญมากๆครับ คือเปลี่ยนจากพลังงานความขาด หรือการโหยหา ให้กลายเป็นพลังงานของการเติมเต็มครับเมื่อคุณรู้สึกขาดมันเป็นยังไงครับ? vibration แรงสรรสเตือน อารมณ์ความรู้สึกของคุณถ้ามันขาด มันจะดึงดูดความขาดมากขึ้นคุณจะเห็นแต่สถานการณ์ที่ขาด คุณจะเห็นแต่คนไม่จริงใจเข้ามาในชีวิตคุณจะเห็นแต่คนที่เข้ามาเล่นๆ คุณจะเห็นแต่คนเจ้าชู้เข้ามามันก็จะตอบสนองต่อความขาดที่คุณมีอยู่ในใจถ้าเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกขาดและยังต้องวิ่งตามหาความรักหรือหลอกคอยว่าใครจะมารักฉันหรือ คนนี้จะใช่ไหม คนนั้นจะใช่ไหม เชื่อมองหรือคนนี้เข้ามาเฮ้ยเมื่อไหร่เขาจะคอมมิตรหรือเขายังไม่แบบ ทำไมเขาถึงไม่ชวนฉันไปเดทซักทีอย่างเช่นเขาทักมาแบบนี้ เห้ยคือพลังงาน ความลุกลี ลุกลน ความขาดคุณรู้ไหมครับ ถ้าคนที่เติมเต็มตัวเองได้เหมือนความสุขหรือว่าถั่งความรักที่มันเต็มหลอดของมันคุณจะไม่ถามคำถามพวกนี้เลยเพราะคุณจะรู้สึกว่า ฉันทักเข้าไปเพราะฉันอยากทักฉันไม่คาดหวังว่าเขาจะทักกลับ หรือเขาจะต้องมาชอบฉันฉันทำเพราะฉัน enjoy ชีวิตมันก็เหมือนกับการที่ฉันไปช็อปปิ้งซื้อกระเป๋าและเสื้อผ้า เห็นป่ะ?ฉันไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร ถูกป่ะ?เออ ทักไปชวนเขา เขาไม่มาก็ไม่เป็นไรนี่แหละครับ มันคือหลักของการเติมเต็มตัวเองก่อนเมื่อคุณมีความรักให้ตัวเองอย่างเต็มเปรียมพลังงานคุณจะเบาสบายคุณจะกลับไปสู่ข้อนึ่งที่มันเป็นโมดขทำมาตอนนี้ ผู้ชายเนี่ย เข้ามาส่อง Story เยอะขึ้น โดยที่ยังไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะว่า พอพลังงานเธอเบา เธอก็ลง Story แล้วมันก็ดูสบายใจขึ้นคุณเห็นไหมครับ มันคือเสน่ห์แล้วเวลาคุณมีเสน่ห์เนี่ย ทุกอย่างมันจะ Attract เข้ามาไม่ว่าจะเป็นโอกาส งาน เงิน หรือก็ทั้งความรักที่ดี หรือก็ทั้งผู้ชายระบบ Top 1% ครับถ้าใครสนใจนะครับ อยากจะมาลง Love Mentor นะฮะให้ผมเป็นคุณซื้อความรักผมจะลงแบบเจอตัวเลยนะครับแต่ว่าจะประกบติดคุณนะ เรานัดเจอกันแล้วก็จะวางแผนคนละยุติ วางแผนวิธีการในการที่จะมีความรักอย่างหลายๆคนนะครับว่าผู้ชายน่ะถอยห่างไปแล้ว อยากจะดึงกลับมาทำยังไงหรือเฮ้ยชอบคนนี้ทำยังไงให้เขาสนใจนะครับ ต่างๆพวกเนี้ยผมมีกลุ่นละยุติพิเศษให้กับคุณที่จะปรับแต่งแบบเชลลอเมจให้แต่ละคนไม่เหมือนกันเลยนะครับสามารถทักเข้ามาที่ Line แอทคลูกบุ๊ดดี้ได้นะครับเดี๋ยวทางทีมงานจะดูคิวให้นะครับเดือนนึงผมรับไม่เยอะนะ ข้อสามครับ กล้าที่จะปรอกบาง แล้วก็กล้าที่จะอ้อนได้ผู้หญิงบางคนไม่อ้อนเลยเพราะว่าสตรองจัดนะครับ เก่งจัดอันนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงในกลุ่ม Alpha Femaleที่เป็นระดับ CEO ผู้บริหารผู้หญิงที่แบบหาเงินได้เยอะ หาเงินเก่งนะครับจะไม่อ้อนนะครับ จะไม่แสดงความปรอกบาง หรือเปิดวิธีอ่อนแอเลยนะครับยกตัวอย่างวันนี้คุณเหนื่อยแล้วคุณก็ยังแบบสตองอยู่ ทำนุ่นทำนี่อยู่นะฮะผู้ชายก็จะเห็นว่า โอเค คุณยังมีพลังอยู่เขาก็อาจจะไม่ได้ยืนมือมาช่วย หรือว่าไม่ได้ให้กำลังใจคุณแต่ทำอะไรที่คุณซื้อสัตว์กับตัวเองอยากให้เขาปลอบคุณ คุณกลับบ้านไปคุณก็อ้อนได้เลยครับสามารถบอกเขาได้เลยว่า วันนี้เหนื่อยจัง ขอซบหน่อย ขเห็นว่าเขาสามารถที่จะมีศักยภาพดูแลคุณได้ ปลอบประโลมคุณได้ ให้กำลังใจคุณได้นี่คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนโหยหาที่จะเป็นครับคุณต้องใช้จิตวิทยานี้ให้เป็น อ้อนได้แล้วก็ชมเขาได้ขอคำให้กำลังใจได้ เปิดความอ่อนแอของตัวเองออกไปนิดนึงให้คุณแสดงออกไปให้ผู้ชายเขารู้ว่า เฮ้ย เขาเป็นพื้นที่ปลอด�แล้วเขาก็จะอยาก push พลังตรงนั้นในการมาดูแลคุณเพิ่มครับแล้วคุณก็จะได้กลายเป็นเจ้าหญิงครับถ้าถ้าเกิดใครนะครับยังไม่พร้อมที่จะมาลงเลิฟเมนทรเจอตัวนะครับผมแนะนำเอาเซต 3 ภาคสายเสน่ห์อันนี้ไปเรียนก่อนนะครับเป็น cross online นะครับทั้ง 3 ภาคเลยจะทำให้คุณเนี่ยเพิ่มเสน่ห์ขึ้นมาแบบปรีดเลยนะครับมีลูกศิษทักมาที่ LINE ID ได้นะครับโอเคนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ฟังมาจนถึงตอนนี้นะครับแล้วเดี๋ยวเราเจอกันคลิปหน้าครับ สวัสดีครับ
More from Wuttimet

3 คำพูดทำลายความรัก 'เร็วกว่ามือที่ 3' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #ความรัก #ครูวู้ดดี้

สัญญาณที่บอกว่า สามี 'กำลังหมดใจ' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยา #ความรัก #ครูวู้ดดี้

Reset สมองสามี 'ให้กลับมาคลั่งรัก' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยา #ความรัก #ครูวู้ดดี้

Reset สมองสามี 'ให้กลับมาคลั่งรัก' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยา #ความรัก #ครูวู้ดดี้

5 สิ่งที่ผู้ชาย 'รักจริง' จะทำให้คุณ.. . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #ความรัก #ครูวู้ดดี้





