บทเรียน 60 ล้านจากการ "ทำธุรกิจกับแฟน" | KruWoody

ในคลิปนี้ KruWoody แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวจากการทำธุรกิจร่วมกับแฟนเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งทำให้เขาเรียนรู้ว่าการผสมผสานความรักและการทำงานอาจทำให้ความสัมพันธ์เสี่ยงต่อการแตกหักได้ เขาเล่าถึงความล้มเหลวครั้งแรกที่ทำธุรกิจสกินแครมบนเฟสบุ๊คจนมียอดขายดีแต่ความสัมพันธ์กลับแย่ลงจนต้องเลิกกัน จากนั้นได้เรียนรู้และพัฒนากลยุทธ์ 5‑6 ข้อเพื่อให้ความรักและธุรกิจเติบโตพร้อมกัน ได้แก่ 1) ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และครอบครัวก่อนธุรกิจ 2) ไม่ควรมองแฟนเป็นพนักงานหรือเด็กจ้าง ควรเป็น "Equal Partner" 3) กำหนด "Zone of Genius" ของแต่ละคนเพื่อให้ทำงานในสิ่งที่ตนถนัดโดยไม่ตรวจสอบซ้ำซ้อน 4) ทำงานเป็นทีมเดียวกันโดยมองมุมของกันและกันก่อนตัดสินใจ 5) ปรับความคาดหวังและแบ่งภาระงานอย่างเท่าเทียม พร้อมให้การสนับสนุนโดยไม่สั่งหรือด่า 6) เติมเต็มความรักอย่างต่อเนื่อง (Unconditional Love) เพื่อให้การตอบแทนเกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ KruWoody สรุปว่าหากทำตามหลักการเหล่านี้ ธุรกิจจะเติบโตและความสัมพันธ์ก็จะคงอยู่ เขายังเชิญชวนผู้ชมที่ต้องการโค้ชส่วนตัวเข้าร่วม Private Coaching ผ่าน LINE.
การทำธุรกิจหรือทำงานกับแฟนแล้วต้องประคองความสัมพันธ์ให้มันโรแมนติกให้มันรักกันรวมไปถึงการจัดการปัญหาเวลามันมีความขัดแย้งหรือว่าทะเลาะกันมันเป็นอะไรที่โคตรจะชาเลสเลยครับเพราะคุณรู้ไหม คู่รักส่วนใหญ่เลยนะครับไม่ได้ทำงานด้วยกันไม่ได้ทำธุรกิจด้วยกันเขาเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ชก็จะหันด้านน่ารักเข้าหากัน ไปเดทกัน ไปดูหนัง ไปกินไอติมอร่อยๆ ไปเดินห้างมันจะมีแต่ความโรแมนติกนะครับ มันสร้างง่ายกว่าทีนี้สำหรับคู่รักนักธุรกิจนะเรื่องนี้บอกเลยว่าชาเลนด์มากๆเพราะว่าอะไรรู้ไหมครับเวลาที่คุณทำงานด้วยกันเนี่ยมันกลายเป็นว่ามันจะมีความเครียดของงานเข้ามาแล้วมันจะมีเรื่องของความคลาดหวัง การดีมาน หรือว่าสิ่งที่เราต้องการจากคู่ของเราไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกว่า ฉันควรจะได้ Eco-Partner หรือเปล่าหรือเป็นคู่ที่เท่าเทียมกันที่เก่งทันกันที่มีไว้พริบความเฉลียวฉลาดในการรันธุรกิจเหมือนกันเห็นไหมครับเราจะเริ่มเอาความคลาดหวังไปใส่ในตัวคู่ของเราแล้วเราจะมันก็จะกลายเป็นความเหมือนหน่ายมันก็จะกลายเป็นการทะเลาะมันก็จะกลายเป็นการตัดศีลพอคุณพูดไปเนี่ยแล้วเขาไม่เปลี่ยนหรือไม่ปรับเขาดื้อหรือเขาต่อต้านมันก็จะสะสมถูกไหมครับสะสมเสร็จปุ๊บเนี่ยปัญหาเริ่มเกิดความสัมพันธ์เริ่มโดนกัดกินเริ่มรู้สึกไม่รักกันเริ่มรู้สึกว่าเฮเดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องของผมให้ฟังเป็นบทเรียนราคา 60 ล้านบาทจากการทำธุรกิจกับแฟนตอนนั้นนะครับ ผมพึ่งจบมหาลัยใหม่ๆก็ทำธุรกิจกับแฟนเลยออกโปรดักต์เป็นผลิตสภัณฑ์สกินแครแล้วก็ขายบนเฟสบุ๊คนะครับก็ยิงแอดขายนี่แหละ มันเป็นยุคที่รุ่งเรืองมากๆนะยุคนั้นขายยิงแอดในระหว่างทางที่ทำเนี่ย คือมันดีมากกำไรดี ยอดขายดี ธุรกิจเติบโตแต่รู้ไหม เรื่องความรักเนี่ย ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนเนี่ยมันไม่ได้รักกันเลยครับมันดิ่งลงเหลว มันรู้สึกแต่ว่าเราคาดหวังให้เค้าเป็นอย่างนี้เค้าก็คาดหวังให้เราเป็นอย่างนั้นเค้าคาดหวังให้เราเนี่ยเก่งเรื่องงานอย่างนี้โปรเฟชมันไม่พอใจในตัวเรา เราก็ยิ่งรู้สึกว่าเราน้อยเนื้อต่ำใจด้วยค่าคือพอมันทำงานด้วยกันเนี่ยมันแบกความคาดหวัง แบก KPI แบกทุกอย่างเข้ามาแล้วมันหนักครับมันสามารถกัดกินและกัดก่อนความสัมพันธ์ได้โอเค รักครั้งแรกของผมเนี่ยมันก็จบไปครับด้วยการแยกทาง ด้วยการเลิกรากันทีนี้พอมากับแฟนแล้วก็เข้าสู่วงจรเดิมนะครับเข้าสู่ลูกเดิมเป๊ะๆเลยคือเหมือนกันเลยคือเรามองด้วยสายตาเราเนี่ยนะครับซึ่งอันนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่เนี่ยจะโดนนะว่าผู้ชายเนี่ยถ้าสมมุติผู้ชายที่เป็นอัลฟ่าหรือเก่งกว่าเนี่ยเขาก็จะมองเราด้วยสายตาที่แบบเฮ้ยทำไมตัดสินฉันทำไมเธอไม่ได้รักฉันแบบที่ฉันเป็นตอนแรกความสัมพัทำไมมันลงที่ชั้นคือมันเกือบจบแบบเดิมเลยจริง ๆ เนี่ยนะครับผมบอกเลยว่าแยกทางกันไปแล้วนะครับกับแฟนคนที่สองของผมเนี่ยแต่ว่าผมก็รู้สึกว่าเฮ้ย ไม่อยากให้จบแบบเดิมว่ะไม่อยากให้มันมีปัญหาแบบแรกนะครับผมก็เลยเข้าไปทำความเข้าใจกับเธอใหม่แล้วก็ใช้หลักการเนี่ยเซฟผู้ชีวิตครับสุดท้ายเรากลับมาคบกซึ่งเป็นวิธีทั้งจิตวิทยาและจิตวิญญาณในการฟื้นฟูความรักขึ้นมาใหม่ในการประคองความรักความสัมพันธ์ให้มันดีแล้วก็ธุรกิจก็ดีไปด้วยในเวลาเดียวกันทุกวันนี้ครับผมมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับแฟนเราโรแมนติกกันมากรักกันมากครับก็ดีด้วย โตขึ้นทุกวัน ทุกวันยอดขายก็ดีขึ้นทุกวัน ทุกวันนะครับผมก็เลยเอาบทเรียน 8 ปีเนี่ย ถอดรหัสแล้วก็สลุกให้เพื่อนๆ ฟังว่าถ้าคุณเป็นคู่รักนักธุรกิจจะทำยังไงครับ ไม่ให้ความสัมพันธ์พังเพราะคุณรู้ป่ะ ความสัมพันธ์เนี่ยมันคือสิ่งที่เป็นรากเง่ามันสำคัญกว่า�คุณใช้เงินไปซื้อของแบรนเนมซื้อรถซุปเปอร์คาร์ ซื้อรถหรูเท่าไหร่ก็ไม่อาจชดเชิดความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวที่บ้านคุณได้ผมกล้าพูดคำนี้เลยเพราะผมผ่านจุดนั้นมาแล้วผมผ่านจุดที่ผมเดินเข้าชอปแบรนเนมได้ทุกวันตอนนั้นแล้วก็ซื้อจริง ๆ นะแต่กลับมาบ้านก็รู้สึกว่าเราไม่ได้รักกันรู้สึกบ้สู้คุณมีความสุข ความสัมพันธ์ที่ดีกว่าแล้วไปสร้างเงิน ไปหาเงินไปชนะทุกอย่างนอกบ้านมานั่นแหละครับ คอนเซ็ปต์ที่ผมจะสอนในวันนี้ข้อแรกครับคุณจะต้องพร้อมสัมพันธ์หรือให้ความสัมพันธ์กับครอบครัวและคนตรงหน้าของคุณคนที่บ้านให้สำคัญที่สุดก่อนเพราะอะไรรู้ไหมมันไม่มีความสำเร็จนอกบ้านที่ไแล้วก็รักแฟนของผมแล้วก็ทำให้ความสัมพันธ์เรามันดีโรแมนติกเหมือนตอนแรกๆที่เราเจอกันก่อนครับแล้วหลังจากนั้นเรื่องงานมันดีตามมาเองเพราะคุณรู้ไหมในวันที่ความสัมพันธ์ไม่ดีงานผมพังนะยอดตกตอนนั้นเป็นช่วงที่แบบกลายเป็นเฮ้ย ธุรกิจมันกำลังขึ้นเลยสุดท้ายครับ พอที่บ้านมันเบรก ใจเราไมข้อสองครับ แฟนเราไม่ใช่ลูกน้องครับคุณยังจำได้ไหมว่าวันแรกคุณรักเขาเพราะอะไรคุณทำไมถึงแต่งงานกับคน ๆ นี้คุณเห็นคน ๆ นี้เป็นคู่ชีวิตจากบุ่มไหนไม่ใช่ธุรกิจถูกไหมวันแรกที่เรารักกันเรากะว่าเฮ้ยเราจะมาใช้ชีวิตร่วมกันเราจะมาจับมือกันแล้วอยากมีใครสักคนให้กอดอยากมีใครสักคนให้แชร์เรื่องราวอยผมเข้าใจครับ คุณมองเขาเป็นลูกน้องเนี่ย แล้วคุณเริ่มสั่งเขา หรือคุณเริ่มแบบคาดหวังในตัวเขา ให้เป็นแบบที่คุณอยากให้เป็นมันก็กลายเป็นทำให้ความโรแมนติกลดลง เพราะว่าเขาน้อยใจครับเขารู้สึกว่าทำไมเธอไม่ได้รักแค่นี้ ฉันเป็น ถูกไหมจริงอยู่ครับ ที่แฟนของคุณเนี่ยควรจะเป็น Equal Partner ที่สามารถคุณไม่สามารถไปสั่งเขาแบบลูกน้องได้ครับเพราะเมื่อไหร่ก็ตาม ถ้าคุณไปสั่งเขาแบบลูกน้องเท่ากับว่ามันเป็นการ demand แล้วเท่ากับว่ามันเป็นการเหมือนไปลดทอนศักษีของเขาแล้วคู่ชีวิตมันไม่มีใครยอมโดนสั่งมันไม่มีใครยอมโดนเปลี่ยน โดนเฉพาะผู้ชายถ้าโดนเมียสั่ง โดนเมียดุ โดนเมียด่า โดซึ่งอันนี้นะ ผมมีวิธี ผมมีสูตรเลยในการที่จะทำยังไง ให้เขาเปลี่ยนโดยที่คุณไม่ต้องปากเปลี่ยก ปากแชร์ไม่ต้องพูด ไม่ต้องด่า ไม่ต้องสั่ง ไม่ต้องทะเลาะอารมณ์แบบสั่งในจิต ไม่มีสิทธิ์เทียงซึ่งอันนี้ผมสอนใน Private Coaching นะครับสอนให้กับลูกศิษย์ที่เป็นคู่ ให้เข้ามาปรึกษาส่วนตัวเพื่อแก้ปัญหาข้อน 3 ครับ อันนี้สำคัญมากคือถ้าคุณอยากให้ธุรกิจโต และความสัมพันธ์ก็โตด้วยไม่พังเนี่ยคุณจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Zone of Genius ครับธุรกิจผัวเมียหลายคนเวลาทำงานด้วยกันพวกเนี่ยคือมันไม่ได้แบ่งหน้าที่กันชัดเจนต่างคนก็ต่างดูแลทุกงานเหมือนกันแล้วคุณก็จะไปออดิตงานของอีกฝ่ายไปตรวจสอบงานของอีกฝ่ายเฮ้ย ถ้าทำอันนี้ไม่ดี เฮ้ย พี่น่าจะพูดแบบนี้คลิปเมื่อกี้พี่อัดไปเนี่ยทำไม เออ พี่ พี่ เอาใหม่ ๆพี่ต้องพูดแบบนี้นะ อย่างนี้ ๆ นะเห็นไหมครับคุณไม่ปล่อยให้เขาดูแลในโซน ออฟเจียนียสของเข�แล้วคุณเริ่มเป็นไวรุ่นนะแล้วพ่อแม่คุณตรวจสอบคุณทุกอย่างทำไมกลับบ้านดึก ทำไมถึงทำอันนี้ต้องเรียนอันนี้ เธอต้องเรียนหมอ เธอต้องไปทำงานประจำถ้าเธอไม่ทำงานประจำ เธอจะมาอะไรนะ มาเป็นนักลุงตี มาลันธุรกิจของตัวเองไม่รอดหรอก ไส้แห้ง ยังไงก็ไปได้ไม่กี่น้ำหรอกคุณรู้สึกยังไงตอนนั้นคุณรู้สึกใช่ไหมว่าเฮ้ย นี่มันชีวิตเราเราอยากทำตามสิ่งที่เราถนัดเราอยากทำตามแพชั่นของเราเราเห็นทางอ่ะ ทำไมต้องมาดับฝันเราด้วยเช่นเดียวกันครับเวลาคุณทำธุรกิจกับแฟนแล้วคุณไปออดิตเขาตลอดอ่ะ เขาจะรู้สึกแบบนั้นแล้วรู้ป่ะ เขาจะเสียความมั่นใจลงทีละนิทีเล้นสุดท้ายนะเขาจะกลายเป็นเอ่อ ผมไม่ทำแล้วทำมันเป็น Feeling นี้ครับเพราะฉะนั้นแบ่งเลย Zone of Geniusแล้วที่สำคัญเวลาคุณมี Zone of Genius ของคุณอ่ะมันจะทำให้คุณมั่นใจในงานของคุณมันจะทำให้เหมือนคุณมีผลงานอ่ะคุณไปทำงานบริษัทอย่างเนี้ยเจ้านายเขาไม่มานั่งตรวจสอบงานคุณทุก Detail ทุกอนุทุกเช้า ทุกเที่ยง ทุกบ่ายเขาไม่มาเช็คเขาโยน Project ให้คุณแล้วก็อ่ะอาทิตย์หนึ่งมาส่งนะ แล้วก็มาพรีเซนต์กัน มาประชุมกันในห้องประชุมนะครับการทำงานแบบธุรกิจผัวเมียก็ต้องเป็นแบบนั้นมันถึงจะทำให้แต่ละคนมีผลงานแล้วพอเวลาคุณมีผลงานเนี่ยไอ้เซลล์เอสทีม หรือความมั่นใจในตัวเองคุณเนี่ยมันจะขึ้นพอมันขึ้นปุ๊บคุณก็รู้สึกว่าเฮ้ยเราก็ทำได้ เห้ยเราสำเร็จเว้ย เห็นมั้ย แล้วก็เอามาประชุมกัน เอามาแชร์กันแบบนี้ครับ ธุรกิจถึงเติบโต และความสัมผัสก็โตด้วยข้อสี่ครับ อันนี้สำคัญมากๆเลยนะ คือเราคือทีมเดียวกันถ้าคุณทำธุรกิจกับแฟน คุณต้องยิ้ดหลักนี้เลยว่าเราคือทีมเดียวกันมีอะไรผิดพลาด ให้ลองมองจากมุมเขาก่อน อย่าแล้วอย่าเพิ่งมองว่าแฟนเราแม่งห่วยคือแม่งไม่ฉลาดหรอก แม่งทำได้แค่นี้แหละอย่าเพิ่งคิดอย่างนั้นเต็ดขาดครับเพราะถ้าคุณคิดอย่างนั้น ทุกอย่างขาดลงอย่างเดียวมันจะจบที่การเลิกกันอย่างแน่นอนแต่ให้คุณมองจากมุมของเขาว่า เฮ้ย เขาคิดอะไร คนอื่นทำแบบนี้ยกตัวอย่างครับ อย่างเช่นตอนที่ผมทำธุรกิจกมันมีอยู่งานหนึ่งที่คลิปวีดีโอมันจะต้องตัดแล้ว มันต้องโพสแล้วนะผมอยากให้ไอ้เนื้อร้านชกไปไวๆแล้วผมก็รู้สึกว่าทำไมเขาช้าผมก็เปิดไปต่อว่าเขาซึ่งทั้งๆที่จริงเขาทำงานก่อนหน้าอยู่ทำคลิปตัวก่อนหน้าให้มันเนียบที่สุด ฟันนิดที่สุดแล้วปกติว่าไอ้คลิปนั้นที่เขาทำอย่างดีออกมามันวไวรอลครับผมกนะครั้งนั้นมันทำให้ผมตื่นรู้เลยแล้วก็เรียนรู้เลยว่าจริง ๆ ลองมองจากมุมเขาก่อนว่าเขามีเหตุผลอะไรทำไมเขาถึงตัดสินใจแบบนั้นทำไมเขาถึงทำแบบนั้นจริง ๆ แล้วทุกคนเนี่ยนะครับเวลามันลงเรือลำเดียวกันมันปรารถนาที่จะให้ทุกอย่างดีทั้งนั้นแหละมันไม่มีใครหรอกที่ลงไปปุ๊บแฟนกูใช่ไหมได้เก่งนักมานี่กูจะทำให้�เพราะฉะนั้นเวลาที่มีอะไรที่คุณมองว่าผิดพลาดเนี่ยในมุมเขา เขาอาจจะไม่ได้มองว่าผิดพลาดก็ได้ให้ลองคุยกันก่อนนะครับ ให้ลองถกเหตุผลกันก่อนว่ามันเกิดจากอะไรแล้วแบบนี้คุณจะกลายเป็นทีมเดียวกัน มันคือทีมเวอร์คครับและที่สำคัญ ถ้าอันไหนที่เขาทำไม่ได้คุณพยายามให้เขาทำ แล้วทำไม่ได้ไม่ต้องไปคาดคข้อห้าครับ คือให้ก่อนที่จะร้องขอเวลาคู่รักคนทำธุรกิจด้วยกันบางทีมันไม่เท่ากันหรอกครับปริมาณงานที่ที่ทำมันไม่ใช่ว่ามันจะอีควอลแบบเสมอๆกันเป๊ะๆบางทีคุณอาจจะเหนื่อยกว่าบางทีเขาอาจจะเหนื่อยกว่าบางทีคุณมองว่าเฮ้ย ตัวฉันเหนื่อยกว่ามากในงานนี้อ้าวแต่คุณลองดูไหมว่างานที่เขาทำในมุมเขาอ่ะ ฉันทำอันนี้ เธอต้องทำอันนั้นฉันทำอันนี้เหนื่อยมากเฮ้ย ทำไมเธอไม่เห็นเหนื่อยเลยให้ไปก่อนเลยถ้าคุณมองว่าคุณรักเขาแบบ Unconditional Love อ่ะแต่รักที่ไม่มีเงินไขคุณเชื่อไหมเวลาที่คุณรักใครสักคนแบบ Unconditional Love อ่ะสุดท้ายเขาจะรักคุณพอและเขาจะอยากทำเพื่อคุณบ้างครับสิ่งนี้มันเป็นสัจธรรมของการตอบแทนมันคือก�แล้วผมก็ไปแบบต่อว่าเค้าสุดท้ายความรักก็พังหลังจากนั้นผมเปลี่ยนเลยผมก็แบบโอเค ได้ไม่เป็นไรเราทำเท่าที่เราไหวเราทำเท่าที่เราแฮปปี้แล้วเราก็ยังให้ความรักกับเค้าเหมือนเดิมสุดท้ายครับเค้าทำในสิ่งที่ผมอยากให้เค้าทำต้องงานโดยที่ไม่ได้พูดเลยเค้าทำให้โดยอัตโนมัดแล้วงานมันเร็วขึ้นซะอีกนี่มันต้องหมั่นเติมความรักให้กันความรักและธุรกิจถ้ามันมาเมิร์จกันนะครับมันคือแค่นี้เองซึ่งจริงๆเนี่ย ถ้าคุณเอาไปทำตามผมนะแค่ 5 ข้อนี้มันก็โคตรเวอร์แล้วในความสัมพันธ์นะครับแต่ถ้าเกิดใครที่ยังติดเรื่องอารมณ์นะแล้วรู้สึกว่ามันทำไม่ได้นะครูทำไปแล้วมันยังไม่เห็นผลนะคุณอาจจะต้องเรียมาเจอกับผมใน Private Coaching นะครับมันเป็นโปรแกรมที่ผมจะโคชิงส่วนตัวให้คุณทั้งคู่นะผมจะมีเทคนิคเฉพาะตัวเลย ที่ผมเอาประสบการณ์ทั้ง 8 ปีนี่มากันกรอง มาย่อยให้คุณเนี่ยแค่ผมเห็น ผมก็รู้แล้ว อย่างล่าสุดผมโคชิงนุศิษย์ไปผมก็รู้แล้วว่าคู่นี้ติดเรื่องอะไรนะครับติดเรื่องที่แฟนที่เป็นคนผู้หญิงน่ะเขาออดิตสามมันทะเลาะกัน ส่วนสามีก็พูดเรื่องงานทุกเวลาเลยอย่างในห้องน้อนจะนอนอยู่แล้วยังคุยเรื่องงานนั่นแหละ มันเลยไม่มี Space of Romanticจริง ๆ มันมีสูตรทั้งจิตวิทยาคุณไม่ใช่คนแรกที่เจอปัญหานี้ ผมก็ไม่ใช่คนแรกผมเจอมา 8 ปีผมถึงได้ไป Research ทำการค้นความวิชัยแบบอย่างลึกแล้วเอามาใช้ แล้วมันก็แก้ปัญหาได้แบบง่าย ๆก็มาลง Private Coaching กับผมได้นะครับผมจะปรับให้คุณเลย ปรับเดียวนะครับครูที่ราชสุดก็ไม่ถึงเดือนนะครับดีขึ้นเรื่อยๆนะครับก็ทัดมาที่ LINE at Kru Goodie นะครับแล้วส่งโปรไฟล์ของคุณมาให้ทีมของผมพิจารณาก่อนการประคองความรักความสัมพันธ์มันไม่ใช่เรื่องยากครับมันเหมือนคุณทำอาหารนะถ้าคุณรู้สูต
More from Wuttimet

สัญญาณเตือน! สามีกำลังมี 'โลกอีกใบ' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #ความรัก #ครูวู้ดดี้

ทำไมผู้หญิงบางคน 'ไม่สวย แต่สามีรักมาก?' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #ความรัก #ครูวู้ดดี้

3 คำพูดทำลายความรัก 'เร็วกว่ามือที่ 3' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #ความรัก #ครูวู้ดดี้

สัญญาณที่บอกว่า สามี 'กำลังหมดใจ' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยา #ความรัก #ครูวู้ดดี้

Reset สมองสามี 'ให้กลับมาคลั่งรัก' . #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยา #ความรัก #ครูวู้ดดี้





